Tuesday, May 30, 2017

NASA เปิดภาพถ่ายดาวพฤหัส แสดงกลุ่มพายุหมุนยักษ์ ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน



ภาพจาก NASA/JPL-Caltech/SwRI/MSSS/Betsy Asher Hall/Gervasio Robles

          ภาพจากกล้องยานจูโน เผยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของดาวพฤหัสบดีในมุมมองที่น่าตื่นตา และแสดงให้เห็นข้อมูลน่าทึ่ง ซึ่งจะช่วยไขในการศึกษาข้อมูลดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ดวงนี้


           เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 เว็บไซต์ข่าวสารแวดวงวิทยาศาสตร์ ซานตาโมนิก้าออบเซิร์ฟเวอร์ รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ นาซา (NASA) ได้เปิดเผยภาพถ่ายชุดใหม่ของดาวพฤหัส ซึ่งเป็นภาพที่ใกล้ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นมุมมองใหม่ที่ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจและเปิดเผยถึงข้อมูลใหม่ ๆ อันน่าสนใจของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ดวงนี้ ชนิดที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ภาพจาก NASA/JPL-Caltech/SwRI/MSSS/Gabriel Fiset

               ภาพถ่ายอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ถูกถ่ายจากกล้องของยานจูโน ที่โคจรอยู่รอบดาวพฤหัสบดี มันแสดงให้พื้นที่บริเวณขั้วโลกใต้ของดาวพฤหัสที่เต็มไปกลุ่มพายุหมุน ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ราว 1,000 กิโลเมตร ไปจนถึงขนาดใหญ่มหึมาเท่ากับโลก โดยพายุแต่ละลูกก่อตัวเบียดกันอยู่อย่างหนาแน่น แทบจะชนกัน นำไปสู้ข้อสงสัยของนักวิทยาศาสตร์ว่า พายุเหล่านี้ก่อตัวขึ้นได้อย่างไร และมีโครงสร้างมั่นคงถาวรแค่ไหน

ภาพจาก NASA/JPL-Caltech/SwRI/MSSS/Bjorn Jonsson

                สำหรับยานจูโนถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 หลังจากใช้ระยะเวลาในการเดินทางเกือบ 5 ปี ก็สามารถไปถึงวงโคจรดาวพฤหัสบดีได้เป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2559 และในวันที่ 27 สิงหาคม ปีเดียวกัน ยานจูโนก็สามารถบินเข้าไปอยู่เหนือกลุ่มมฆชั้นบนของดาวในระดับ 4,200 กิโลเมตร เพื่อเก็บข้อมูลชุดแรงส่งกลับมายังโลก ซึ่งข้อมูลชุดแรกเพิ่งจะได้รับการเผยแพร่ผ่านรายงานทางวิชาการ 2 ฉบับในวารสาร Science รวมถึงรายงานอีก 44 ฉบับในวารสาร Geophysical Research Letters

           หลังจากการเก็บข้อมูลชุดแรกได้สำเร็จ ยานจูโนก็ยังโคจรอยู่รอบดาวพฤหัสบดีเพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่าย โดยจะสามารถเข้าใกล้ได้มากที่สุดในทุก ๆ 53 วันของรอบโคจร

            "เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เผยผลการค้นพบครั้งใหม่ส่าสุดนี้ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจดาวพฤหัสบดีได้มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะเดินทางไปถึง แต่ผลลัพธ์แรกที่เราได้ มันก็แสดงให้เห็นว่ามันเป็นการเดินทางที่คุ้มค่ามากแค่ไหน" ไดแอนน์ บราวน์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการภารกิจยานจูโน กล่าวถึงการค้นพบที่น่าประทับใจครั้งนี้

           อีกการค้นพบที่น่าประหลาดใจคือ เครื่องวัดรังสีในช่วงคลื่นไมโครเวฟ (MWR - Microwave Radiometer) ของยานจูโนได้ตรวจพบว่า ใต้กลุ่มเมฆที่ชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี มีก๊าซแอมโมเนียจำนวนมากปกคลุมอยู่โดยรอบเส้นศูนย์สูตร ซึ่งรวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น คาดว่ามีความหนามากถึง 350 กิโลเมตร และบริเวณอาจจะเป็นระบบหมุนเวียนอากาศหลัก ๆ ของดาวพฤหัสบดีก็เป็นได้

ข้อมูลจาก nasa, bbc
https://hilight.kapook.com/view/154208
    

Sunday, April 9, 2017

ตูบน้อย 4 ตัวสภาพเกือบตาย ทั้งป่วย-เป็นขี้เรื้อน ถูกช่วยเหลือจนหาย น่ารักจนจำแทบไม่ได้




          เปิดเรื่องราวชีวิตของเหล่าลูกหมาผู้น่าสงสาร ถูกทิ้งไว้ในบ้านร้าง ต้องอยู่อย่างหิวโหยไร้คนดูแลจนซูบผอม ผิวหนังเป็นขี้เรื้อนและป่วยหนัก ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อมูลนิธิไปพบ จากลูกหมาใกล้ตายจึงกลายเป็นลูกหมาสดใสที่น่ารักน่าชังทุกตัว

 
           ตอนที่ คริสตินา รินัลดี ผู้อำนวยการมูลนิธิช่วยเหลือสุนัขแห่งดีทรอยต์ (DDR - Detroit Dog Recue) รับทราบว่ามีลูกสุนัขน่าสงสาร 6 ตัวถูกทิ้งอยู่ในบ้านร้าง มีสภาพย่ำแย่ ตัวร้อนแทบจะลุกเป็นไฟ เธอไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่เมื่อเธอพบเจอพวกมัน เธอก็เข้าใจทันที เหล่าลูกหมาที่สงสารป่วยหนักมาก พวกมันทุกตัวมีไข้สูง แถมผิวหนังก็ถูกโรคเรื้อนแห้งกัดกินจนไม่เหลือเส้นขน

 
           จากการรายงานของเว็บไซต์เดอะโดโด้ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ระบุว่า พวกมันถูกพบในเดือนพฤศจิกายน 2558 ตอนนั้นสถานสงเคราะห์สัตว์ในเมืองไม่สามารถอนุเคราะห์พวกมันได้ เนื่องจากมีสุนัขอยู่ในความดูแลมากมายจนล้น พวกเขาจึงติดต่อไปหาคริสตินาเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งเธอยินดียื่นมือเข้ามาช่วย

 
           คริสตินา เล่าว่า ตลอดชีวิตของเธอนั้น เธอผ่านการช่วยเหลือสุนัขยากไร้มาแล้วมากมาย เห็นสุนัขป่วยเป็นขี้เรื้อนมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่สำหรับสุนัขเด็กน้อย 4 ตัวนี้ นับว่าอาการเลวร้ายที่สุด โรคเรื้อนแห้งไม่ได้แค่ทำให้พวกมันขนร่วงแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างความเจ็บปวดทรมานกับพวกมันด้วย ผิวหนังของลูกหมาทุกตัวบอบบางมาก ลอกล่อนเป็นจุด ๆ  มีรอยแผลตกสะเก็ดอยู่แทบทุกที่ และพวกมันลืมตาไม่ขึ้นด้วยซ้ำ

  
         ทันที่เหล่าลูกสุนัขมาถึงมูลนิธิ เจ้าหน้าที่ก็รีบพาพวกมันไปโรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจรักษา แต่น่าเศร้า ลูกสุนัข 2 ตัวไม่สามารถอดทนต่อไปได้ไหว พวกมันตายลงก่อนจะถึงโรงพยาบาล พี่น้องที่ยังเหลืออยู่อีก 4 ตัวก็แทบจะขาดใจตายไปตามกัน อาการของพวกมันย่ำแย่หนัก สัตวแพทย์ถึงกลับกล่าวว่าการช่วยยื้อชีวิตพวกมันนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ 

 
           ถึงแม้ว่าโอกาสจะน้อยนิด แต่คริสตินาก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจในการช่วยชีวิตพวกมัน ทีมสัตวแพทย์จึงลองสู้กันดูสักตั้ง พวกเขาช่วยดูแลรักษาพวกมันกันสุดความสามารถ จนในที่สุดสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น หลังจากอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลสัตว์มาเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ลูกสุนัขทั้ง 4 ก็อาการดีขึ้นมาก พวกมันพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่โรคเรื้อนแห้งก็ยังไม่หายสนิท ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอด

  
         พวกมันถูกตั้งชื่อว่า วิลเบอร์ เพ็ตทูเนีย พิงกี้ และอาเธอร์ ด้วยความที่โรคเรื้อนแห้งทำให้สภาพผิวหนังของมันย่ำแย่เป็นแผล แถมยังคันแบบสุด ๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงเอาเสื้อผ้าเด็กมาสวมใส่ให้พวกมันเพื่อไม่ให้ผิวหนังระคายเคือง และได้เอาของเล่นเด็กมาไว้ให้เล่นอีกด้วย เส้นขนของทุกตัวเริ่มขึ้นงอกกลับขึ้นมาใหม่ จนกระทั่งเวลาผ่านไป 6-8 เดือน จากลูกสุนัขตัวแดง ๆ ที่แทบจะแยกความแตกต่างระหว่างกันไม่ออก กลายเป็นทีมตูบน้อยน่ารักที่มีขนสวยขึ้นเต็มตัว

 
           เด็ก ๆ ทุกตัวสุขภาพแข็งแรงดีมากชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่เหลือเค้าว่าเคยเจ็บป่วยปางตาย หนึ่งในเจ้าหน้าที่มูลนิธิรับวิลเบอร์ไปเลี้ยง ส่วนเพ็ตทูเนีย พิงกี้ และอาเธอร์ ก็มีคนรับไปเลี้ยงเช่นกัน พวกมันมีชีวิตใหม่ที่อบอุ่น ไม่ต้องอยู่อย่างลำบากหิวโหยเหมือนตอนที่ถูกทิ้งอีกต่อไปแล้ว

  
           "วิลเบอร์มีชีวิตที่ดีมากค่ะ บ้านเราหลังใหญ่ มีสนามหญ้าให้วิ่งเล่น ฉันมีหมาอยู่ก่อนหน้าแล้วตัวหนึ่งอายุพอ ๆ กัน มันกลายเป็นเพื่อนรักกับวิลเบอร์ และตอนนี้วิลเบอร์กินดีอยู่ดีมาก มันถูกเอาใจจนเหลิงเลยค่ะ "


           "ฉันกับสามีตัดสินใจกันว่าจะไม่มีลูก ตอนนี้หมา 2 ตัวนี้คือลูกของเราค่ะ" เบ็ธ อิงลิช เจ้าหน้าที่มูลนิธิผู้รับวิลเบอร์ไปดูแล กล่าว 

 
           คริสตินา กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า มูลนิธิช่วยเหลือสุนัขแห่งดีทรอยต์ช่วยเหลือสุนัขมาแล้วมากมาย เธอเจอมาแล้วทุกรูปแบบ ทั้งถูกแทง ถูกยิง เจ้าหน้าที่ทุกคนทุ่มเทมาก ไม่ว่าอาการพวกมันจะเลวร้ายแค่ไหน ก็จะดูแลไปให้ถึงที่สุด และปาฏิหารย์สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังเช่นชีวิตใหม่ของเจ้า 4 ตัวนี้

  
https://pet.kapook.com/view169267.html

เมาคลีตัวจริง ! พบเด็กหญิง 8 ขวบ ในป่าอินเดีย คาดพ่อแม่เอามาทิ้ง จนฝูงลิงเอาไปเลี้ยง




        ทีมตัดไม้พบเด็กหญิงอยู่ในป่าลึกกับฝูงลิง เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือ คาดพ่อแม่นำมาปล่อยทิ้งในป่ามานานแล้ว สื่อสารแบบคนไม่ได้ มีท่าทางไม่ต่างจากลิง ทางการเร่งตามหาตัวพ่อแม่แล้ว

         เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 สำนักข่าวนิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า กลุ่มช่างตัดไม้ชาวอินเดียพบเจอเรื่องประหลาดขณะพวกเขาเข้าไปหาไม้กันอยู่ในป่าลึกทางตอนเหนือของประเทศ พวกเขาพบเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินอยู่ในป่ากับฝูงลิง เธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ไร้เสื้อผ้า เดินด้วยมือและเท้าไม่ต่างอะไรกับลิงรอบข้าง

       เด็กหญิงถูกพบเจอเมื่อราว 2 เดือนที่แล้ว ป่าที่ทีมช่างตัดไม้พบเด็กหญิงตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองบาไรช์ ในรัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ไม่ไกลจากพรมแดนประเทศเนปาล ทีมช่างตัดไม้ได้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทางการให้ทราบ เพื่อจะได้เข้ามาช่วยเหลือเธอ

         หลังจากที่ช่วยเหลือเธอมาได้นั้น เจ้าหน้าที่พบว่าเด็กหญิงมีอายุราว 8 ปี เธอน่าจะอาศัยอยู่ในป่าและถูกเลี้ยงดูโดยฝูงลิงมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ตามเนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยรอยบาดแผล โดยเฉพาะบริเวณขาและข้อศอก นอกจากนี้เธอไม่สามารถพูดจาสื่อสารได้เหมือนมนุษย์ทั่วไปอีกด้วย

         ราม อวาร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนที่อยู่ในทีมช่วยเหลือเด็กหญิงกล่าวว่า เด็กหญิงน่าจะถูกพ่อแม่เอามาทิ้งไว้ในป่า สภาพร่างกายของเธอดูอ่อนแอมาก เธอดูหิวโหยและเป็นทุกข์ ถ้าหากไม่มีคนไปพบเจอเธอเข้า เธออาจจะถูกสัตว์ป่าดูร้ายคาบไปกินแล้วก็เป็นได้ ทีมงานตั้งชื่อเธอว่า เมาคลี ตามชื่อเด็กชายในนวนิยายเมาคลีลูกหมาป่าอันโด่งดังของ รัดยาร์ด คิปลิง

         เด็กหญิงถูกพามารักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากนั้น แต่เธอไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่นี่ได้ เธอเครียดมาก นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเตียงผู้ป่วย และกรีดร้องเหมือนกับลิง



         "ตอนที่เธอมาถึงที่นี่แรก ๆ เธอหวาดกลัวพวกเราทุกคน เธอแสดงท่าทีเหมือนกับลิง เธอขาดสารอาหารอย่างรุนแรง คาดว่าเธอน่าจะกินอยู่เหมือนกับสัตว์ในป่า"

         "เราดูแลเธอ อาบน้ำอาบท่า ทำความสะอาดร่างกายให้ เธอแสดงอาการโมโหเกรี้ยวกราดบ้างเป็นบางครั้ง เราต้องทำให้เธอสงบลง" นายแพทย์ธิเนส สิงห์ หัวหน้าทีมแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่ดูแลรักษาเด็กหญิง กล่าว



         ตอนนี้เด็กหญิงใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลมาเป็นเวลาราว  2 เดือนแล้ว เธอมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนกับมนุษย์ทั่วไปแล้ว เจ้าหน้าที่ทางการกำลังเร่งตามหาครอบครัวของเธอ และพยายามค้นหาให้ได้ว่าเธออาศัยอยู่ในป่ามาเป็นระยะเวลานานเท่าใด 


ภาพจาก UttarPradesh, Ruptly TV
https://hilight.kapook.com/view/151687

Tuesday, April 4, 2017

หนุ่มเป็นงง เจอพัสดุตกในชักโครก พร้อมจดหมายสารภาพบาป ทำชาวเน็ตฮากระจาย




          หนุ่มเป็นงง เจอพัสดุถูกส่งลงมาใส่ชักโครกในบ้าน ก่อนอมยิ้มเมื่อเปิดเจอจดหมายบุรุษไปรษณีย์ จนกลายเป็นเรื่องชวนขำของชาวเน็ต

          ปกติแล้วการส่งพัสดุนั้น หากเจ้าของบ้านไม่อยู่เซ็นรับ ทางบุรุษไปรษณีย์ ก็มักจะฝากเพื่อนบ้านใกล้เคียงให้เซ็นและรับของเอาไว้ให้แทนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่นั่นช่างตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้อย่างสิ้นเชิง หลังจากในวันที่ 2 เมษายน 2560 เว็บไซต์เมโทร เผยเหตุการณ์ที่หนุ่มรายหนึ่งต้องอึ้งหนัก เมื่อเปิดเข้ามาเจอกล่องพัสดุหล่นมาอยู่ตรงบริเวณชักโครกในบ้าน ก่อนจะพบจดหมายขอโทษจากบุรุษไปรษณีย์สุดซื่อ จนกลายเป็นความฮาครั้งใหญ่ในโลกออนไลน์

  
            เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 โดยขณะที่ แซม คุ๊กส์ หนุ่ม วัย 22 ปี กลับมาถึงบ้านแล้วเข้าข้องน้ำ เขาก็ถึงกับงงหนักเมื่อมาเจอกล่องพัสดุวางอยู่ในชักโครก พร้อมกับยังเจอข้อความที่เขียนไว้ในกระดาษว่า "ผมขอโทษจริง ๆ แต่ผมคิดว่าพัสดุของคุณคงตกลงไปในชักโครก" พร้อมกับบอกสั้น ๆ ว่า เป็นเหตุสุดวิสัย ขณะที่นำกล่องโยนเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องน้ำนั่นเอง

  
           หลังได้รับทราบเรื่องนี้ แซม ก็ทนไม่ไหวที่จะแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ก่อนจะกลายเป็นที่เรียกเสียงฮาของผู้ที่พบเห็น ซึ่งภายหลังทางรอยัลเมล ต้นสังกัดใหญ่ของบุรุษไปรษณีย์ก็ได้ออกมาขอโทษถึงเรื่องนี้แล้ว แต่ทางแซม ไม่ติดใจเอาความ เนื่องจากพัสดุก็ไม่ได้เสียหาย รวมถึงเขายังขำมาก ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังเผยว่า ใกล้จะได้คุยกับหนุ่มไปรษณีย์สุดซื่อรายนี้แล้วอีกด้วย

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @SJCooke94
https://hilight.kapook.com/view/151382