Tuesday, October 31, 2017

เจ้าตูบได้ชีวิตใหม่ หลังถูกทิ้งให้อยู่กับศพเจ้าของ ต้องแทะร่างเขากินประทังชีวิต




        เจ้าตูบได้ชีวิตใหม่แล้ว หลังผ่านพ้นเรื่องราวแสนเศร้า ต้องเสียเจ้าของไปแถมยังถูกทิ้งให้อดอยาก ไม่มีทางเลือกจนต้องแทะศพเขากินประทังชีวิต

         วันที่ 29 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยเรื่องราวของสุนัขพันธุ์ชิวาว่าตัวหนึ่ง ซึ่งกลายมาเป็นที่สนใจและเรียกความสงสารอย่างมากจากผู้คนบนโลกออนไลน์ หลังจากที่ทุกคนได้ทราบว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและความน่ารักสดใสของเจ้าตูบตัวนี้ แท้จริงแล้วมันช่างมีเบื้องหลังที่แสนเศร้าอย่างมาก
โดย ไทฟานี ฟอร์ทูนา สาวผู้อาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐฯ ได้นำภาพของสุนัขตัวนี้มาโพสต์ลงในกลุ่ม DogspottingSociety  เพื่อแนะนำคนอื่น ๆ ให้รู้จักกับเจ้า รัมเปิลสติลสกิน ที่เธอรับมันมาเลี้ยงได้ 1 ปีแล้ว หลังจากที่เจ้าของเก่าของมันตายไป พร้อมกันนี้เธอยังเผยด้วยว่าเรื่องราวอันแสนเศร้าของเจ้าตูบตัวนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่การต้องสูญเสียเจ้านายที่รักไปเท่านั้น แต่เนื่องจากเจ้านายของมันตายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ ทำให้มันถูกทิ้งให้อยู่ในบ้านตามลำพังอย่างไร้การดูแล ไร้อาหาร ตกอยู่ในความหิวโหยอย่างหนัก จนท้ายที่สุดมันก็จำต้องกินเนื้อเจ้านายของมันเพื่อประทังชีวิต

         แม้การได้ทราบว่าสุนัขตัวเล็กน่ารักตัวนี้เคยกินเนื้อมนุษย์มาแล้ว จะเป็นเรื่องที่ฟังดูค่อนข้างน่ากลัว แต่ก็ช่างน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน โดยไทฟานีเผยว่า เจ้าตูบถูกทิ้งให้อยู่ในสภาพเช่นนั้นนานกว่า 2 อาทิตย์ ก่อนจะมีคนมาพบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายมัน แล้วช่วยนำมันส่งศูนย์พักพิงเพื่อนเฝ้ารอที่จะได้รับความรักจากเจ้านายคนใหม่


           และแล้วในที่สุดชิวาว่าตัวนี้ก็ได้พบกันไทฟานี สาวผู้พร้อมจะมอบความรักและบ้านที่แสนอบอุ่นให้ โดยที่ไม่สนใจเลยว่าเรื่องราวในอดีตของมันจะเป็นเช่นไร ขณะที่ตอนนี้ชีวิตของเจ้าตูบ ก็ได้กลับมาสดใสอีกครั้งแล้ว มันสนุกสนานอยู่กับการกินและนอน รวมถึงการเรียกร้องความสนใจจากผู้คนที่มันรัก

           ทั้งนี้หลังจากได้ทราบเบื้องหลังของสุนัขตัวนี้ ก็ทำเอาชาวเน็ตอดสงสารไม่ได้ ขณะที่ชาวเน็ตรายหนึ่งยังถึงกับคอมเมนต์เลยว่า "มันทำให้ฉันกลัวนะ แต่ฉันก็ยังรักมัน"

ภาพจาก Instagram Tyfanee Fortuna
https://pet.kapook.com/view182241.html

Wednesday, September 6, 2017

ระทึกใจ ! พบเมฆประหลาดรวมตัวเป็นแนวยาว ราวคลื่นยักษ์กำลังจะพัดถล่ม





         ครอบครัวชาวอเมริกันพบเมฆประหลาดก่อตัวเหนือบ้านเป็นทางยาว ม้วนลงต่ำ ดูเผิน ๆ คล้ายกับเกลียวคลื่นยักษ์กำลังจะพัดถล่ม ด้านอุตุฯ เผย เป็นเมฆฝนฟ้าคะนอง ที่เรียกว่า เมฆกันชน

          ขณะที่ โจแฮนนา วู้ด และลูก ๆ ของเธอ เดินออกมานอกบ้าน เพื่อพาสุนัขไปเดินเล่นนั้น เธอเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าเพื่อดูสภาพอากาศตามปกติ แต่แล้วก็ต้องตกใจอย่างหนัก เพราะว่าเมฆที่ก่อตัวอยู่เหนือท้องฟ้านั้น มีลักษณะแปลกตามาก รูปร่างเหมือนกับคลื่นยักษ์สึนามิที่กำลังจะซัดเข้าฝั่ง !


         โดยจากการรายงานของเว็บไซต์มิเรอร์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ระบุว่า โจแฮนนาและลูก ๆ ของเธอ พบเห็นเมฆสุดสะพรึงนี้ที่เหนือท้องฟ้าบริเวณหมู่บ้านที่เธออาศัยอยู่ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองไฮนส์วิลล์ รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา โดยเมฆดังกล่าวลอยอยู่ค่อนข้างต่ำ และม้วนตัวเข้าหากัน ดูคล้ายกับพายุสุดสะพรึงในภาพยนตร์แนวไซไฟ และดูเหมือนกับเกลียวคลื่นยักษ์ในทะเลอีกด้วย

          โจแฮนนาได้ถ่ายคลิปเมฆแปลกก้อนนี้เอาไว้ และโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กของเธอ โดยเขียนแคปชั่นว่า "เอ่อ... โลกมาถึงกาลอวสานแล้วล่ะทุกคน เอาเป็นว่าลาก่อนนะ กู๊ดบาย"

          "ฉันและลูก ๆ กำลังจะพาสุนัขออกไปเดินเล่น และพวกเราก็เห็นเมฆ ฉันรีบยกโทรศัพทมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้ทันที มันเกิดขึ้นเร็วมากค่ะ ก่อตัวอยู่ไม่กี่นาที หลังจากนั้นพายุก็มา แต่มันไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด มีฟ้าร้องฟ้าผ่า และก็ฝนตกนิดหน่อยค่ะ" โจแฮนนา เล่าถึงนาทีที่พบเมฆประหลาดเหนือท้องฟ้า

          ทั้งนี้ช่องรายการอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่น ระบุว่า เมฆที่โจแฮนนาพบเห็นคือ เมฆอาร์คัส หรือเมฆกันชนขนาดใหญ่ (Shelf Cloud) ซึ่งเป็นเมฆฝนชนิดหนึ่งที่ก่อตัวในลักษณะโค้ง ม้วนตัวลงมาใกล้กับพื้นดิน บางครั้งก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจและน่าสะพรึงเหมือนอย่างในครั้งนี้

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Johanna Hood
https://hilight.kapook.com/view/159626

Monday, September 4, 2017

หนุ่มกลับบ้านหลังน้ำท่วม ผงะขั้นสุด เจอผู้บุกรุกยาว 3 เมตร นอนรออยู่ในครัว !




หนุ่มเทกซัสกลับบ้านหลังน้ำท่วม ต้องผงะเพราะเจอผู้บุกรุก ไม่ใช่ขโมยที่ไหน แต่เป็นจระเข้ตัวใหญ่กว่า 3 เมตร ! ด้านผู้เชี่ยวชาญเผย แถวนั้นจระเข้ชุกชุม และเจอกันหลายราย บางตัวถึงกับไปอยู่ในห้องใต้หลังคา

เฮอริเคนฮาร์วีย์ที่พัดถล่มรัฐเทกซัส ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก บ้านเรือนหลายร้อยหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพหนีน้ำไปอาศัยอยู่ที่อื่น หนึ่งในนั้นคือชายชาวเมืองฮูสตัน ที่ชื่อ ไบรอัน ฟอสเตอร์ เขาอพยพออกจากบ้านไปหลายวันแล้ว และเดินทางกลับมาหลังจากน้ำลดลง เมื่อสำรวจตรวจตราดูตัวบ้านก็พบว่าข้าวของต่าง ๆ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์เสียหายกระจัดกระจายไปทั่ว พรมก็เป็นคราบโคลนเละเทะ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาหลังน้ำท่วม แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือ มีผู้บุกรุกแอบเข้ามาอาศัยในบ้านตอนที่ไบรอันไม่อยู่ โดยผู้บุกรุกกำลังนอนหลับอยู่บนพรม ดูจากหน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรนัก ขนาดตัวใหญ่อ้วนท้วนมาก และคาดว่ายาวประมาณ 3 เมตร !

โดยจากการายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2560 ระบุว่า ตอนนั้นไบรอันและทีมช่างเข้ามาในบ้านเพื่อซ่อมแซมจุดต่าง ๆ และพวกเขาก็พบอัลลิเกเตอร์ หรือจระเข้ตีนเป็ด ขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร กำลังนอนนิ่งอยู่ใต้โต๊ะ ตอนแรกที่ไบรอันเห็นมัน เขาก็คิดขึ้นมาว่า "นี่มันของจริงหรือของปลอมเนี่ย" เพราะเขาไม่คิดว่าจะมีจระเข้ตัวเป็น ๆ มาอยู่ในบ้านของเขาได้ และก็คิดไปว่าภรรยาของเขาอาจจะซื้อจระเข้ยางมาวางทิ้งไว้

"ผมเดินตรงเข้าไปในบ้าน สำรวจดูจุดต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องซ่อม  พอผมเดินเข้าไปในห้องกินข้าวและก้มลงดูบนพื้น ผมก็เห็นจระเข้ตัวยาวประมาณ 10 ฟุต (ราว 3 เมตร) นอนอยู่ตรงนั้น" ไบรอันเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาประสบพบเจอ

หลังจากพบจระเข้อยู่ในบ้าน ไบรอันและทีมช่างพยายามจับมันมัดและลากออกไปจากบ้าน แต่พยายามอยู่หลายชั่วโมงก็ไม่สำเร็จ พวกเขาจึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกับทีมกู้ภัยและคุ้มครองสัตว์ป่าท้องถิ่น (Wildernex Wildlife Control) โดยเหล่าเจ้าหน้าที่ปลุกปล้ำกับจระเข้กันอยู่นาน ในที่สุดก็สามารถจับให้มันอยู่นิ่ง ๆ ได้ พวกเขาเอาเทปมัดปากมัน ช่วยกันแบกออกไปข้างนอกบ้าน และพาไปส่งยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่อไป

ทั้งนี้ไม่ใช่มีแค่ไบรอันคนเดียวเท่านั้นที่มี "แขกไม่ได้รับเชิญ" มาเยือนที่บ้านในช่วงน้ำท่วม โดยลิลี่ เธียน ซึ่งอาศัยอยู่ทางใต้ของเมืองฮูสตัน ได้โทร. แจ้งกู้ภัยมาช่วยเหลือ หลังจากพบว่ามีจระเข้ตัวหนึ่งกำลังนอนอาบแดดอยู่ในสนามหลังบ้านของเธอ

"เราทราบดีว่าพื้นที่แถบนี้มีจระเข้อาศัยอยู่ชุกชุม ตอนนี้สภาพอากาศดีขึ้น น้ำเริ่มลดลง เราได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านหลายครั้งว่าเจอจระเข้ในที่ที่มันไม่ควรไปอยู่ บางคนเจอในบ้าน แม้กระทั่งในห้องใต้หลังตาก็ยังมี" จาร์เร็ด พอลลาร์ด เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอัลลิเกเตอร์ กล่าว

https://hilight.kapook.com/view/159505

Saturday, September 2, 2017

หนุ่มเจอเป้ถูกทิ้งไว้ท้ายกระบะ เปิดออกดูเจอสิ่งไม่คาดคิด ใครกันใจดำขนาดนี้




              ทหารหนุ่มชาวอเมริกันเจอกระเป๋าเป้ถูกนำมาทิ้งไว้ท้ายกระบะ เข้าไปเปิดดูถึงกับชะงัก เจอลูกสุนัขพิทบูลถูกจับยัดมาทั้งเป็น ๆ สภาพสุดน่าสงสาร ใครกันใจดำทำได้ลงคอ

               เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เว็บไซต์เดอะโดโด้ ได้หยิบเรื่องราวมานำเสนอ โดยเผยว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน เจอร์รี เมอร์เรย์ ทหารผ่านศึกของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ดำเนินกิจวัตรไปตามปกติเช่นทุกวัน โดยเขาได้ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ขับรถกระบะจากเมืองแทมปา ในรัฐฟลอริดา กลับไปยังบ้านที่เขาอาศัยอยู่กับ มิเชล เมอร์เรย์ ภรรยา พร้อมกับสุนัขที่เลี้ยงไว้อีก 3 ตัว

               ทว่าหลังจากที่เจอร์รีลงจากรถ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นว่ามีบางสิ่งขยับเขยื้อนอยู่ในกระเป๋าเป้ใบหนึ่ง ซึ่งถูกนำมาทิ้งไว้ที่ท้ายรถของเขา เจอร์รีจึงตัดสินใจเข้าไปสำรวจดูใกล้ ๆ จนกระทั่งเปิดกระเป๋าออกมา เขาก็พบกับดวงตาของเจ้าลูกสุขนัขพิทบูลตัวหนึ่ง จ้องเขาตาแป๋ว โดยเจ้าลูกสุนัขตัวนี้ถูกยัดมาในกระเป๋าพร้อมกับเศษกระดาษหนังสือพิมพ์และพลาสติก


              เมื่อได้เห็นเช่นนั้น เจอร์รีถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เพราะเขาแทบไม่อยากจะเชื่อในภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า โดยเจอร์รี เผยว่า เขารู้สึกแย่มากที่ได้เห็นเจ้าลูกสุนัขอยู่ในนั้น รู้สึกสงสารมันจับใจ เขาไม่รู้เลยว่ามันอยู่เช่นนี้มานานเท่าไหร่แล้ว เนื่องจากเขาขับรถมาตั้งไกล และจอดติดไฟแดงท่ามกลางแดดร้อนตั้งหลายที่ด้วยกัน 


               จากนั้น เจอร์รี จึงได้รีบอุ้มเจ้าลูกสุนัขน่าสงสารตัวนี้เข้ามาในบ้าน โดยมันอยู่ในอาการทั้งสั่นกลัวและหอบอย่างแรง ก่อนจะกินน้ำที่เจอร์รีเอามาให้ด้วยความกระหาย มันเข้าไปหลบที่มุมหนึ่งแล้วก็หมดแรงหลับไป

 
               เจอร์รีเล่าว่า สภาพเนื้อตัวของเจ้าลูกสุนัขตัวนี้มอมแมมมาก ในตอนแรกเขาและครอบครัวคิดว่าขนของมันเป็นสีดำและน้ำตาล กระทั่งพามันไปอาบน้ำ ถึงได้รู้ว่าที่แท้จริงแล้วขนของมันเป็นสีเทาอมน้ำเงินและขาว


             เจอร์รีและคอบครัวได้พาเจ้าลูกสุนัขที่พบไปยังคลินิกสัตว์ท้องถิ่นเพื่อตรวจเช็กอาการ และสแกนหาไมโครชิปเพื่อทราบเจ้าของ แต่ก็พบว่ามันไม่มีชิปดังกล่าว โดยเบื้องต้นทราบเพียงว่า มันอายุประมาณ 12 สัปดาห์ และตรวจพบว่ามีเชื้อปรสิตภายในร่างกาย และมีอาการใบหูติดเชื้อ

 

               สำหรับครอบครัวเมอร์เรย์ ที่บ้านของพวกเขามีสุนัขเลี้ยงอยู่แล้วถึง 3 ตัวด้วยกัน จึงไม่สามารถรับผิดชอบรับเจ้าลูกสุนัขตัวนี้มาดูแลเพิ่มอีกได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาก็ไม่อยากจะส่งมันให้ไปอยู่ที่ศูนย์สงเคราะห์สัตว์ โดยให้เหตุผลว่า อยากให้มันมีอิสระและมีสถานที่ที่จะได้วิ่งเล่นแทนที่จะต้องถูกขังอยู่กรง

               มิเชล เมอร์เรย์ ได้ตั้งเพจทางเฟซบุ๊กขึ้นมาชื่อว่า Tampa Bay Lost and Found Pets เผื่อว่าใครจะทราบข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าลูกสุนัขตัวนี้ พร้อมทั้งได้แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังบิลล์ เกรย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ Second Chance Friends, Inc. ในเขตฮิลส์โบโร เคาท์ตี รัฐฟลอริดา


                 โดยบิลล์ ได้กล่าวชมเชยครอบครัวเมอร์เรย์ว่าเป็นฮีโร่ ที่ได้ช่วยชีวิตเจ้าลูกสุนัขตัวนี้ไว้ เพราะหากเป็นเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสังเกตพบสิ่งปกติเช่นเดียวกับเขาหรือไม่ นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางครอบครัวยังมีจิตใจเมตตาเก็บสุนัขที่ถูกทิ้งข้างถนนมาเลี้ยงถึง 3 ตัวด้วยกัน

               ต่อมา ลิซ่า ภรรยาของบิลล์ ได้ตั้งชื่อเจ้าลูกสุนัขตัวนี้ให้ว่า เจ้าซูส์ ซึ่งขณะนี้มันอยู่ในความดูแลของบิลล์และลิซ่า แต่ทั้งคู่ต่างก็ไม่สามารถทราบได้เลยว่า เหตุใดมันถึงถูกนำมายัดใส่กระเป๋าเช่นนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณถนนตามเส้นทางรถของเจอร์รี เพื่อตามหาตัวคนที่นำมันมาทิ้ง


             โดยบิลล์ ได้กล่าวชมเชยครอบครัวเมอร์เรย์ว่าเป็นฮีโร่ ที่ได้ช่วยชีวิตเจ้าลูกสุนัขตัวนี้ไว้ เพราะหากเป็นเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสังเกตพบสิ่งปกติเช่นเดียวกับเขาหรือไม่ นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางครอบครัวยังมีจิตใจเมตตาเก็บสุนัขที่ถูกทิ้งข้างถนนมาเลี้ยงถึง 3 ตัวด้วยกัน

               ต่อมา ลิซ่า ภรรยาของบิลล์ ได้ตั้งชื่อเจ้าลูกสุนัขตัวนี้ให้ว่า เจ้าซูส์ ซึ่งขณะนี้มันอยู่ในความดูแลของบิลล์และลิซ่า แต่ทั้งคู่ต่างก็ไม่สามารถทราบได้เลยว่า เหตุใดมันถึงถูกนำมายัดใส่กระเป๋าเช่นนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณถนนตามเส้นทางรถของเจอร์รี เพื่อตามหาตัวคนที่นำมันมาทิ้ง

https://pet.kapook.com/view178449.html