Thursday, October 6, 2016

เลวเกินมนุษย์ พ่อเลี้ยงหื่นทุบตี-ข่มขืนทารกน้อย 10 เดือนจนตาย




      วิปริตผิดมนุษย์ พ่อเลี้ยงใจทรามข่มขืนเด็กหญิงตัวน้อยวัย 10 เดือนในห้องใต้ดิน แม่เด็กช็อก พบลูกสาวนอนจมกองเลือด เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สาหัสเกินเยียวยาแล้ว

       เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล รายข่าวสุดสลดใจจากอเมริกา เด็กหญิงเอมมาลี ทารกน้อยวัยเพียง 10 เดือ นเสียชีวิตที่โรงพยาบาล หลังถูกนำตัวส่งรักษาด้วยอาการสมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงและร่างกายบอบช้ำอย่างหนักจากการถูกข่มขืน โดยชายผู้ก่อเหตุคือ นายเบนจามิน ไรอัน เทย์เลอร์หรือเบนจี้ พ่อเลี้ยงหนุ่มวัย 32 ปี ชาวเมืองคอตเทจวิลล์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

 
       จากการรายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นเวสต์ เวอร์จิเนีย กาเซตต์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ เวลา 05.00 น. อแมนด้า แอดกินส์ ผู้เป็นแม่ พบลูกสาวนอนอยู่บนพื้นห้องใต้ดินในสภาพเปลือยเปล่าและร่างกายเต็มไปด้วยเลือด เธอตกใจมากและได้โทรแจ้งตำรวจในทันที

 

       หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงมาถึงบ้าน พวกเขาพบเห็นเบนจี้พยายามเช็ดล้างคราบบางอย่างออกจากหว่างขาของตัวเอง ซึ่งภายหลังพบว่าคือคราบดังกล่าวคือเลือดของทารกน้อยที่ถูกข่มขืน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบเสื้อผ้าและผ้าห่มเปื้อนเลือดอยู่ในห้องใต้ดินอีกด้วย
 

       เบนจี้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวจากหลักฐานที่พบดังกล่าว แม้เขาจะพยายามบอกตำรวจว่าเขาไม่รู้ว่าทำไมเด็กถึงบาดเจ็บ เขากำลังซักผ้าอยู่ในห้องใต้ดินโดยที่ทารกน้อยอยู่ในนั้นด้วย และอยู่ดีดีเขาก็เป็นลมไป ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

  
        เด็กหญิงเอ็มมาลีถูกเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และจากการรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่างของเด็กหญิงน้อยสั่นอย่างรุนแรงและตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกทำร้าย ครอบครัวของของเอ็มมาลีได้ตั้งเพจขึ้นเฟซบุ๊กเพื่ออัพเดตอาการของเธอและระดมทุนค่าใช้จ่ายในการรักษาเธอ ซึ่งได้สามารถรวบรวมเงินได้มากกว่า 17,000 ดอลลาร์หรือเกือบ 600,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามเอ็มมาลีตัวน้อยก็ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

       จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใจแข็งยังรู้สึกช็อกและเจ็บปวด สารวัตรโทนี่ บ็อกซ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ผู้ทำคดีนี้กล่าวด้วยความเสียใจว่า "ผมไม่คาดคิดว่าธรรมชาติของคน จะสามารถทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้ จนกระทั่งมาพบเรื่องนี้"

       ทั้งนี้ นายเบนจี้ เทย์เลอร์ผู้ก่อเหตุ ได้ถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำเซาธ์ เซนทรัล เรจินัล พาร์ค และตั้งค่าประกันตัวไว้ที่ 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณเกือบเจ็ดสิบล้านบาท) เบนจี้เคยมีประวัติการก่ออาชญากรรมมาแล้วหลายครั้ง ทั้งข้อหาลักทรัพย์และ ทำร้ายร่างกายถึงสองครั้ง และในช่วงก่อเหตุเขากำลังอยู่ในช่วงภาคทัณฑ์คดีทำร้ายร่างกาย

ภาพจาก gofundme.com, เฟซบุ๊ก Brandy Lynn Smith-Hall
http://hilight.kapook.com/view/143041

Wednesday, October 5, 2016

นี่คือ! ถนนตัดผ่านทะเลทรายที่ยาวที่สุดในโลก 930 กิโลเมตร




รายงานข่าวจาก ไชน่าเดลี เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมาระบุว่า ทางหลวงตัดผ่านทะเลทรายในมองโกเลียในนั้นได้รับการสร้างเสร็จสมบูรณ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ถนนเส้นนี้เชื่อมต่อระหว่างมณฑลกานซู กับ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งมันตัดผ่านทะเลทรายยปาตาน จี๋หลิน ทะเลทรายที่กว้างใหญ่อันดับสามของจีน มีความนยาว 930 กิโลเมตร จัดว่าเป็นถนนตัดผ่านทะเลทรายที่ยาวที่สุดในโลก

  
โดยทางรัฐบาลนั้นทุ่มงบกว่า 37,000 ล้านหยวน ในการสร้างทางหลวงเส้นนี้ โดยมันเป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนเชื่อมต่อระหว่างเมืองจิงซิน กับกรุงปักกิ่ง และอุรุมชีในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ด้วย โดยทางด่วนจิงซินนี้ จะมีความยาวทั้งสิ้นกว่า 2,500 กิโลเมตร ตัดผ่านพื้นที่ต่างๆ ทั้งทะเลทรายโกบี มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2017 นี้ ซึ่งโครงการนี้เป็นเป้าหมายที่ทางจีนในการพัฒนาเส้นทางสายไหม เชื่อต่อการคมนาคมระหว่างประเทศจากเอเชียสู่ยุโรปและแอฟริกาด้วย

จัดว่าสุดยอดจริงๆ ครับ โครงการนี้ ถ้าไปวิ่งรถบนถนนตัดผ่านทะเลทรายที่ยาวที่สุดในโลก ความยาว 930 กิโลเมตรนี้แล้ว เกิดยางรั่วหรือนำ้มันหมดนี่ยุ่งเลยน่ะครับ 

โพสท์โดย   : 

 SpiderMeaw

ที่มา:  CCTV News 
http://board.postjung.com/992398.html

Tuesday, October 4, 2016

นี่อาจเป็นถ้ำใต้น้ำที่ลึกที่สุดในโลก




ทีมสำรวจจากประเทศโปรแลน์ นำทีมโดย Krzysztof Starnawski เผยพวกเขาได้พบถ้ำใต้น้ำที่คาดว่าลึกที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐเช็ก ถ้ำแห่งนี้มีความลึกราว 1,325 ฟุต หรือ 404 เมตร ต้องใช้หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำในการลงไปสำรวจ เนื่องจากทีมนักประดาน้ำไม่สามารถลงไปได้






โพสท์โดย: SpiderMeaw
http://board.postjung.com/992227.html

Monday, October 3, 2016

เฮงสุด ๆ ชายยอมให้คนแซงคิวซื้อหวย ความรวยเลยมาตกที่เขา 35 ล้าน !!



Gena Melendrez

         ชายนิวซีแลนด์ดวงเฮงสุด ๆ ปล่อยให้คนแซงคิวซื้อลอตเตอรี่ แจ็กพอตเลยมาตกที่เขาเต็ม ๆ ถูกลอตเตอรี่เบา ๆ 35 ล้านบาท


          รายงานจากเว็บไซต์ NZ Herald เผยว่า ชายผู้เพิ่งได้รับโชคเหนาะ ๆ รายนี้ เล่าว่าเขาได้เจียดเวลาเลิกงานของเขาแวะซื้อลอตเตอรี่ที่ศูนย์การค้าในเมืองปาปาโมอา และระหว่างที่เขากำลังเข้าคิวซื้อลอตเตอรี่อยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีลูกค้าคนหนึ่งมาแซงคิวเขาหน้าตาเฉย เขาเองไม่ได้รีบไปไหนในตอนนั้น ก็เลยปล่อยให้แซงไป ไม่ได้ทักท้วงอะไร คิดแค่ว่าไม่เป็นไร เขาคงได้รับกรรมดี ๆ จากการสละคิวให้กับลูกค้าคนนี้

ใครจะไปคาดคิดว่าสิ่งที่เขาคิดเล่น ๆ วันนั้นจะกลายเป็นจริง เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ผลปรากฏออกมาว่าเขาถูกลอตเตอรี่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 35 ล้านบาท เขารู้ตัวขณะกำลังจะเดินทางไปทำงาน และแม้จะดีใจเท่าไร ก็ยังคงไปทำงานด้วยท่าทีเรียบเฉยตามปกติ แถมยังไม่บอกแม้แต่ภรรยาตัวเองด้วย กว่าจะบอกก็ตอนกลับบ้านในช่วงเย็นแล้ว

          "การถูกลอตเตอรี่ครั้งนี้ทำให้ผมกับภรรยาสามารถซื้อบ้านได้ มันน่าตื่นเต้นมาก" ชายผู้โชคดีเผย

ภาพจาก whakatanebeacon.co.nz
http://hilight.kapook.com/view/142898

Saturday, October 1, 2016

โมเมนต์ซึ้ง หมอย้ายหนุ่มป่วยมะเร็งสมองจาก ICU สู่ห้องคลอด ต้อนรับลูกน้อย




           หมอย้ายหนุ่มอเมริกันป่วยมะเร็งสมองจากห้อง ICU สู่ห้องคลอด เพื่อให้เขาได้ติดตามการคลอดของภรรยา และอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมอก   

            ช่วงเวลาที่คุณแม่กำลังคลอด เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายต่อคนเป็นพ่อเสมอ พวกเขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นหน้าและกอดลูกน้อยตัวเป็น ๆ ในอ้อมอก และ แค็กนีย์ เวงก์ คุณพ่อรายนี้ก็เช่นกัน เมื่อภรรยาจะคลอด แม้ตัวเองนอนป่วยในห้อง ICU ก็ยังไม่อยากพลาดช่วงเวลาสำคัญนี้ เขาจึงถูกย้ายเตียงพร้อมอุปกรณ์การแพทย์ไปยังห้องคลอด เพื่อเฝ้าภรรยาและรอเห็นหน้าเจ้าตัวน้อย

  
          รายงานจากเว็บไซต์เมโทร เผยว่า แค็กนีย์ เวงก์ วัย 26 ปี จากเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ เฝ้ารอการถือกำเนิดของลูกน้อยในท้องภรรยา เจสสิกา หลี่ มานานหลายเดือน แต่แล้วก่อนที่ภรรยาจะคลอดเพียง 3 สัปดาห์ เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าตัวเขาเองป่วยเป็นมะเร็งสมองระดับ 4 และถูกนำตัวเข้ารับการรักษาทันที ก่อนจะพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU นับแต่นั้น

            กระทั่งเมื่อกำหนดคลอดของภรรยามาถึงในวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา เขาตื่นเต้นมาก ๆ แทบอยากจะหายเพื่อไปเฝ้าภรรยาซะตอนนั้นเลย และต้องขอบคุณคุณหมอในโรงพยาบาลที่เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อ เมื่อเห็นว่าแค็กนีย์ฟื้นจากอาการป่วยบ้างแล้ว จึงย้ายเตียงของเขาจากห้อง ICU ไปยังห้องคลอด พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เพื่อให้เขาได้ติดตามการคลอดของภรรยาถึงที่เหมือนคุณพ่อคนอื่น ๆ

            และเมื่อนาทีที่ยิ่งใหญ่มาถึง แค็กนีย์แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจสุดชีวิต เขาได้ตัดสายสะดือลูกน้อยด้วยตัวเอง และได้อุ้มลูกน้อยที่เฝ้ารอมานาน อ้อมกอดของเขาดูจะเป็นอ้อมกอดที่อบอุ่นมาก ๆ

            ช่วงเวลาแห่งความประทับใจถูกบันทึกไว้ทั้งหมดในรูปแบบของภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ แน่นอนหลังจากที่ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ก็สร้างความรู้สึกอบอุ่นหัวใจให้กับคนที่ได้ชมอย่างอธิบายไม่ได้เลยทีเดียว


ภาพจาก Sarah Broccolucci
http://hilight.kapook.com/view/142869